คลังเก็บป้ายกำกับ: สิ้นหวัง

เยาวชนกำลังสิ้นหวัง…หรือไร้อำนาจกันแน่?

ถึงแม้ผู้ใหญ่จำนวนไม่น้อยจะมีเฟซบุ๊ค และเป็นสมาชิกกลุ่มโซเชียลมีเดียต่างๆ อย่างเหนียวแน่น ที่มาพร้อมกับรูปดอกไม้และถ้อยคำ “สวัสดีวัน…” ได้อย่างดี แต่พอพูดถึงโซเชียลมีเดียกับเด็กแล้ว หลายๆ คนกลับกังวล และมองสื่อออนไลน์เหล่านั้นเป็นภัยคุกคามเยาวชน เอาง่ายๆ ขนาดคำว่า Media Literacy เมื่อมาอยู่ในบริบทไทยเราใช้คำว่า “การรู้เท่าทันสื่อ” สะท้อนให้เห็นว่าสื่อคือภัยที่ทำร้ายเราได้ถ้าไม่รู้ทัน

 

ถ้าเรา Google ด้วยคำว่า “เด็ก โซเชียลมีเดีย” จะพบผลการค้นหาลำดับต้นๆ ดังนี้

  • “เข้าโซเชียลมีเดีย เด็กเสียอะไร”
  • “โซเชียลมีเดีย สื่อไร้สายมหันตภัยวัยรุ่น”
  • “วัยรุ่นติดโซเชียล”
  • “วิจัยชี้โซเชียลมีเดีย ตัวการบั่นทอนความสุขของเด็กวัยรุ่น”

 

สอดคล้องกับผลสำรวจดัชนีความสัมพันธ์พรูเด็นเชียลประจำปี 2559 ที่รายงานว่าพ่อแม่จำนวน 42% กังวลว่าลูกใช้เวลาอยู่กับคอมพิวเตอร์นานเกินไป

 

ถึงอย่างนั้นก่อนที่จะไปตำหนิคนรุ่นใหม่ด้วยคำว่าพูดประมาณว่า “Gen Me เห็นตัวเองเป็นศูนย์กลาง” เราลองย้อนถามตัวเองสักนิดไหมว่า “ทำไมเด็กยุคใหม่ถึงใช้สื่อโซเชียล” และสำคัญที่สุด “สื่อโซเชียลเป็นภัยจริงหรือ”

 

ในปี 2005 ยุคที่ Youtube เพิ่งเริ่มตั้งไข่ และยังไม่มี Facebook, Line, Instagram หรือ Snapchat ใดๆ Ruta K Valaitis นักวิจัยชาวอเมริกัน ได้ทำวิจัยในหัวข้อที่ว่า Computers and the Internet: Tools for Youth Empowerment

 

งานวิจัยนี้สำรวจการใช้คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เนตของเด็กมัธยมต้นในโรงเรียนหนึ่งที่เมืองออนตาริโอ ประเทศแคนาดา โดยผู้วิจัยและทีมงาน จะให้เด็กกลุ่มนั้นทำโครงการเพื่อสังคมขึ้นมาหนึ่งชิ้น ในเวลา 3 เดือน แล้วนักวิจัยจะเข้าไปสอบถามเด็กๆ สัปดาห์ละ 3 วัน สอบถามข้อมูลการใช้คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เนต ซึ่งเด็กๆ เหล่านั้นต้องใช้เพื่อติดต่อกับเพื่อนๆ ครูอาจารย์ และผู้ใหญ่ในชุมชน ตลอดระยะเวลาโครงการ และดูมุมมองของเด็กๆ ว่าพวกเขาเห็นคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เนตอย่างไร

 

ผลของการสำรวจก็คือ “เด็กๆ มองว่าคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เนตเป็นเครื่องมือที่ส่งเสริมให้ตัวเองกล้าพูดกล้าทำมากขึ้น และควรส่งเสริมเด็กๆ ให้ใช้เทคโนโลยีนี้ในการพัฒนาสังคมของพวกเขา”

 

และนี่คือเหตุผลที่เด็กๆ กลุ่มตัวอย่างตอบเมื่อ 13 ปีที่แล้วว่า คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เนตมันดีอย่างไร

  1. ลดความอึดอัดในการสื่อสาร

  2. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในวงสังคม

  3. เปิดโอกาสให้เราได้ทบทวนตัวเอง

  4. เปิดพื้นที่สร้างสรรค์แบบใหม่ที่ลดระยะเวลาในการติดต่อสื่อสาร หาข้อมูลได้มหาศาล และช่วยจัดเก็บข้อมูล

 

โดยเฉพาะข้อที่ 1 ที่เด็กๆ มองว่าพวกเขาสบายใจเวลาสื่อสารผ่านโลกออนไลน์มากกว่า เพราะมันทำให้เขาสามารถพูดออกไปโดยไม่ต้องกังวลกับแรงกดดันของอีกฝ่ายที่จ้องมองเราอยู่ ทำให้เด็กรู้สึกว่าพวกเขาเป็นฝ่ายควบคุมในการพูดคุยมากขึ้น โดยที่พวกเขาไม่ต้องกังวลกับลำดับสูง-ต่ำทางชนชั้นในสังคม

 

kidshelpphone.ca เว็บไซต์ตอบปัญหาสุขภาพจิตวัยรุ่นในสหรัฐอเมริกามองว่า เด็กและวัยรุ่นในสมัยนี้จำนวนไม่น้อยตกอยู่ในภาวะสิ้นหวัง เพราะพวกเขารู้สึกว่าตัวเองไม่มีอำนาจในการตัดสินใจทำในสิ่งที่ตัวเองคิดว่าใช่ในสายตาผู้ใหญ่

 

ปัญหาดังกล่าวเกิดจากค่านิยมของสองยุคที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง ระหว่างผู้ปกครองที่เป็นคนรุ่น Baby Boomer ที่โตมาพร้อมกับความคิดที่ว่าทุกคนควรอดทนและปรับตัวเองให้เข้ากับค่านิยมหลักของสังคม กับยุค Gen Y ที่ให้ค่าการแสดงออกที่เป็นตัวของตัวเองมากขึ้น การแสดงออกของ Gen Y หลายๆ ครั้ง ผู้ใหญ่มักส่งปฏิกริยาต่อต้านกลับไป ทำให้พวกเขาไม่กล้าแสดงออกตรงๆ

 

ด้วยเหตุนี้เองการสื่อสารทางออนไลน์ใช่ว่าจะเป็น “สื่อไร้สายมหันตภัยวัยรุ่น” เสมอไป แต่เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ของเยาวชนที่สามารถแสดงออกในสิ่งที่คิดได้อย่างเต็มที่ การมีคนเข้ามาตอบสนองเวลาโพสต์คอนเมนต์ต่างๆ ทำให้เด็กๆ รู้สึกว่าตัวเองมีส่วนร่วมและถูกรับฟัง เสริมสร้างความมั่นใจให้แก่พวกเขา และเมื่อเด็กๆ รู้สึกเป็นตัวของตัวเอง พวกเขาก็จะอยากให้คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เนตในการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้คนอื่นๆ ต่อไป อย่างที่ผลวิจัยบอกมา

 

นอกจากนี้ kidshelpphone.ca ยังแนะนำอีกว่าในการสื่อสารกับคนยุคใหม่ทั้งในโลกออนไลน์และออฟไลน์ให้ดีขึ้นสามารถทำได้โดยเคารพในการตัดสินใจของพวกเขา และช่วยเป็นที่ปรึกษาด้วยการถามคำถามเชิงบวก อาทิ “ต้องทำอย่างไรที่จะไปถึงเป้าหมายนั้นได้ล่ะ” “คราวก่อนแก้ปัญหานี้ได้อย่างไรนะ” ก็จะช่วยสร้างความมั่นใจได้เช่นกัน เช่นเดียวกับการรับฟังและช่วยจัดลำดับความคิด ช่วยแบ่งเป้าหมายใหญ่ที่ดูทำได้จริงยาก เป็นเป้าหมายเล็กๆ หลายๆ ชิ้น และให้กำลังใจเวลาที่เขาทำเป้าหมายเล็กๆ เหล่านั้นสำเร็จ ก็จะช่วยเปิดใจในการพูดคุยได้ดียิ่งขึ้น

 

ไม่ว่าเทคโนโลยีจะพัฒนาไปมากเพียงใดคนเราก็ยังต้องการพื้นที่ในการแสดงออกอย่างสบายใจ และใครสักคนที่รับฟังอย่างไม่ตัดสิน รวมถึงชื่นชมในความสำเร็จที่เกิดขึ้น

 

โลกยุคใหม่ที่เทคโนโลยีต่างๆ หมุนไวเกินกว่าที่เราคาดเดาได้ ฝากเอาไว้ในมือของเด็กยุคปัจจุบัน เราจะทำอย่างไรเพื่อพัฒนาศักยภาพของพวกเขาในแบบที่พวกเขาเป็น? นี่คือโจทย์ด้านการพัฒนาที่สำคัญที่สุดในศตวรรษที่ 21 เลยก็ว่าได้

 

ที่มา