คลังเก็บป้ายกำกับ: คนรุ่นใหม่

เขย่าสังคมก่อนอายุ 30

นิตยสาร Forbe ได้รวบรวมคนรุ่นใหม่วัยมิลเลนเนียล ปีที่สร้างอิมแพคเปลี่ยนแปลงสังคม ทั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจ สาธารณสุข และไลฟ์สไตล์ คนกลุ่มนี้ไม่ได้มองว่าตนเองเป็นอนาคตของชาติ แต่เขาทำปัจจุบันให้เข้าใกล้อนาคตมากที่สุด

อ่านเพิ่มเติม เขย่าสังคมก่อนอายุ 30

อนาคตชาติจะเป็นอย่างไรเมื่อคุณภาพการศึกษาไทยยังไปไม่ถึงไหน

ไม่ต้องอ่านบทความนี้เราก็เชื่อว่าทุกคนรู้อยู่แก่ใจดีแล้วว่าคุณภาพการศึกษาของประเทศไทยมีปัญหา ถ้าอยากเห็นตัวอย่างชัดๆ ก็คงเป็นสถิตินี้ ที่คะแนนสอบแอดมิชชั่นของเด็กไทยใน 5 วิขาหลัก (วิทยาศาสตร์, คณิตศาสตร์, ภาษาอังกฤษ, ภาษาไทย และสังคมศึกษา) ก็มีคะแนนเฉลี่ยนไม่ถึง 50%  และผลการทดสอบโครงการประเมินผลนักเรียนนานาชาติ หรือ PISA ที่วัดความรู้และทักษะของนักเรียนอายุ 15 ปี กว่า 5.4 แสนคน ใน 70 ประเทศ เด็กไทยก็อยู่อันดับ 50 กว่าๆ ทั้งสามหมวดคือ การอ่าน วิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ เช่นเดียวกับท็อป 20 ของมหาวิทยาลัยชั้นในเอเชีย ไม่มีสถาบันของไทยอยู่เลย

อ่านเพิ่มเติม อนาคตชาติจะเป็นอย่างไรเมื่อคุณภาพการศึกษาไทยยังไปไม่ถึงไหน

บริษัทควรรับมืออย่างไรเมื่อมิลเลนเนียลคือผู้นำแห่งอนาคต

ถ้าเข้าไปดูกระทู้ใน Pantip.com ก็คงจะเห็นกระทู้ทำนองที่ว่าเด็กรุ่นใหม่อีโก้สูง สอนงานยาก ไม่นอบน้อม ทำงานที่ไหนก็ไม่ทน แป๊บๆ ก็ลาออก แต่ถึงอย่างนั้น จากผลการสำรวจในปี 2017 จาก Deloitte บริษัทที่ปรึกษาธุรกิจและตรวจสอบบัญชีชั้นนำของโลก พบว่าคนรุ่นใหม่ที่ว่ามีแนวโน้มที่จะจงรักภักดีกับองค์กรมากขึ้น และเป็น active citizen ที่สนใจเรื่องสังคมการเมืองรอบตัวมากกว่าเดิม

อ่านเพิ่มเติม บริษัทควรรับมืออย่างไรเมื่อมิลเลนเนียลคือผู้นำแห่งอนาคต

เงินอาจไม่เท่ากับความสุข แต่การไม่มีเงินมันก็ทุกข์อยู่นะ

“เงินซื้อความสุขไม่ได้” แต่นั่นไม่ได้แปลว่าคนเราไม่อยากมีเงินสักหน่อย เช่นเดียวกับกลุ่มคนมิลเลนเนียล หลายๆ คนอาจมองว่าคนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ไม่เห็นค่าของเงินเท่าไหร่ พวกเขาสามารถลาออกจากงานที่ทำได้เสียดื้อๆ ไม่ว่าที่ทำงานจะเสนอเงินเดือนให้สูงขนาดไหน รวมไปถึงหลายๆ คนไม่ยอมซื้อบ้าน อาศัยอยู่กับพ่อแม่ แต่ใช้จ่ายเงินกับการท่องเที่ยวแทน มิหนำซ้ำ เดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมา มีนักธุรกิจอสังหาฯ ชื่อดังของออสเตรเลียออกมาพูดว่า พวกมิลเลนเนียลควรเก็บเงินที่ใช้ซื้อขนมปังอะโวคาโดโทสต์เอาไว้ซื้อบ้านน่าจะดีกว่า … แต่นั่นจะสรุปว่ามิลเลนนียลไม่ให้ค่ากับเงินจริงหรือ? บางทีก็อาจจะด่วนสรุปเร็วไปก็ได้

อ่านเพิ่มเติม เงินอาจไม่เท่ากับความสุข แต่การไม่มีเงินมันก็ทุกข์อยู่นะ

Participatory Culture วัฒนธรรมใหม่ในโลกออนไลน์

คนรุ่นใหม่ไม่ใส่สังคมจริงหรือ? เมื่อดูจากภาพรวมของสังคมปัจจุบัน ที่หลายๆ คนเรียกขานมันว่า “สังคมก้มหน้า” ก็ดูเหมือนจะจริงที่พวกเขาจะสนใจอยู่แต่ในโลกส่วนตัว นิตยสาร Time เคยให้คำจำกัดความของคนรุ่นใหม่ที่เกิดในปี 1980 – 2000 ว่า Generation Me พวกเขาหมกหมุ่นเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับตัวเอง เสพติดการมีภาพลักษณ์ดีๆในโลกโซเชียล แต่นั่นเป็นเพียงภาพจำด้านเดียวของเหล่ามิลเลนเนียลเท่านั้น

อ่านเพิ่มเติม Participatory Culture วัฒนธรรมใหม่ในโลกออนไลน์

จิตสำนึกไม่ใช่ยาครอบจักรวาล

ถ้าพูดถึงปัญหาวัยรุ่น เรานึกถึงอะไรเด็กติดเกมส์ คุณแม่วัยใส การมั่วสุมเสพยา ความรุนแรง การกลั่นแกล้งในกลุ่มเพื่อน หนีเที่ยวกลางคืน เด็กแว๊นซ์รถยามวิกาล ฯลฯ ส่วนหนึ่งในทางแก้ยอดฮิตคือเราต้องสร้างจิตสำนึกให้กับวัยรุ่น” โดยเหมือนเราจะลืมไปว่า จิตสำนึกไม่ใช่ยาครอบจักรวาล

อ่านเพิ่มเติม จิตสำนึกไม่ใช่ยาครอบจักรวาล

การศึกษายุคใหม่ควรไปทางไหนดี กับสถิติจากนานาประเทศ

การศึกษายุคใหม่ควรไปทางไหนดี กับสถิติจากนานาประเทศ

หนึ่งในความขัดแย้งยอดนิยมเรื่องการศึกษาคือการปะทะทางความคิดกันระหว่าง “การศึกษาที่เน้นความรู้พื้นฐานวิชาการ เสริมสร้างวินัย” กับ “การศึกษาที่เน้นความคิดสร้างสรรค์ และส่งเสริมให้ผู้เรียนเป็นตัวของตัวเอง” อย่างเช่นเรื่องการแต่งเครื่องแบบที่ฝ่ายหนึ่งจะมองว่าทำให้เด็กมีระเบียบวินัย ส่วนอีกฝ่ายมองว่าเป็นการลิดรอนสิทธิเด็ก เด็กควรมีสิทธิเลือกว่าเขาควรแต่งตัวแบบที่เขารู้สึกสบายใจ 

ความขัดแย้งที่ว่าไม่ได้มีแค่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่เป็นกันทั่วโลก Pew Research Center สถาบันวิจัยจากสหรัฐได้ทำการสำรวจ 19 ประเทศทั่วโลก โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มประเทศเศรษฐกิจก้าวหน้า 14 ประเทศ และกลุ่มประเทศเศรษฐกิจกำลังเติบโตอีก 5 ประเทศ ได้ผลออกมาดังนี้

 

1. เศรษฐกิจยิ่งก้าวหน้า ยิ่งส่งเสริมให้นักเรียนมีความคิดสร้างสรรค์และเป็นตัวของตัวเอง

ในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจก้าวหน้า พบว่าส่วนใหญ่มองว่าความคิดสร้างสรรค์และการเป็นตัวของตัวเองสำคัญกว่า อย่างไรก็ตาม ช่องว่างระหว่างกลุ่มที่เลือกความคิดสร้างสรรค์กับระเบียบวินัยก็ต่างกันไม่มาก และประเทศพัฒนาแล้วอย่างอังกฤษและฝรั่งเศสก็มองว่าวินัยและความรู้พื้นฐานสำคัญกว่าความคิดสร้างสรรค์และเป็นตัวของตัวเอง

ส่วนในประเทศเศรษฐกิจกำลังเติบโตส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับวินัยและความรู้พื้นฐานมากกว่า แต่เซอร์ไพรส์ที่ประเทศจีน ประเทศที่ปกครองแบบอำนาจนิยมคนที่ตอบแบบสำรวจมองว่าความคิดสร้างสรรค์และการเป็นตัวของตัวเองสำคัญกว่า

 

2. การเลือกว่าการศึกษาควรเน้นวินัยหรือความคิดสร้างสรรค์ เกี่ยวข้องกับอุดมการณ์ทางการเมืองของคนตอบแบบสอบถาม

คนที่มีแนวคิดค่อนไปทางฝั่งซ้าย (ลิเบอรัล) มักจะชอบการศึกษาที่เน้นความคิดสร้างสรรค์ ส่วนคนที่มีแนวคิดค่อนไปทางขวา (คอนเซอร์เวทีฟ) มักจะสนับสนุนการศึกษาที่เน้นระเบียบวินัย โดยเฉพาะในสหรัฐที่ช่องว่างระหว่างคอนเซอร์เวทีฟกับลิเบอรัลห่างกันชัดเจน 67 ต่อ 33 นอกจากนี้ อีกสิ่งที่เห็นได้ชัดคือกลุ่มประเทศที่เศรษฐกิจก้าวหน้า คนที่เป็นลิเบอรัลมีมากกว่า

 

3. คนยิ่งอายุน้อย ก็ยิ่งสนับสนุนการศึกษาที่เน้นความคิดสร้างสรรค์มากกว่าวินัย

คนอายุ 18-34 ส่วนมากคิดว่าความคิดสร้างสรรค์สำคัญกว่าวินัย ในขณะที่คนอายุ 50 ปีขึ้นไปต้องการเน้นวินัยในการศึกษามากกว่า (ซึ่งก็คือแนวคิดของ Gen Y หรือ มิลเลนเนียล ปะทะกับ Baby Boomer นี่เอง) ซึ่งเมื่อดูจากชาร์ตแล้วจะเห็นความแตกต่างของ 2 เจเนอเรชั่นได้อย่างชัดเจน ยกเว้นในประเทศจีนทั้งสองรุ่นมีความต่างทางความคิดไม่มากนัก

 

4. ประเทศจีนมองว่าการสอนที่ดีที่สุดต้องมีความคิดสร้างสรรค์และวินัยพอๆ กั

ถึงแม้ในภาพรวมประเทศจีนจะให้ความสำคัญกับความคิดสร้างสรรค์มากกว่า คนตอบแบบสอบถามจากจีนจำนวนไม่น้อย (28%) มองว่าควรให้ความสำคัญกับทั้งสองอย่าง ทาง Pew Research Center มองว่า เพราะการสอบวัดผลของประเทศจีนยังเน้นไปที่การท่องจำเนื้อหาจากตำราอยู่

ส่วนในประเทศไทยนั้น ถึงแม้ทาง Pew Research Center ไม่ได้มาเก็บสถิติ แต่เมื่อดูจากนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการแล้ว พบว่าเน้นไปที่ความคิดสร้างสรรค์และให้นักเรียนเป็นตัวของตัวเอง อย่างเช่นในโครงการการศึกษาแห่งศตวรรษที่ 21 ที่วางแผนโดยสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) เน้นไปที่การพัฒนา 3 ทักษะนี้

  1. ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม
  2. การคิดอย่างมีวิจารณญานและการแก้ปัญหา
  3. การสื่อสารและความร่วมมือ

นอกจากนี้ ยังกำหนดบทบาทของครูใหม่ จากการเป็นผู้สอนโดยตรง เปลี่ยนเป็นผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) ให้นักเรียนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง และมีหน้าที่กระตุ้นความคิด ให้นักเรียนสามารถประยุกต์ความรู้ที่เกิดขึ้นในห้องมาเป็นทักษะชีวิตได้

 

แต่ทว่าในทางปฏิบัติแล้วยังคงมีปัญหาอยู่ เช่น ต้องการความคิดสร้างสรรค์ แต่ก็ต้องการให้นักเรียนไว้ผมตามกฎและใส่เครื่องแบบให้ถูกระเบียบ เช่นเดียวกับการตากแดดเข้าแถวตอนเช้า รวมถึงการสอนก็ยังคงเน้นท่องจำและไม่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงออกทางความคิดเท่าที่ควร

 

“นักเรียนเป็นคนที่มีอำนาจน้อยสุดในโรงเรียน การที่เด็กไปอธิบาย ต่อรองกับครู สุดท้ายก็แพ้ เพราะครูมีอำนาจมากกว่า… หรืออย่างเราเคยแย้งว่าข้อมูลที่ครูพูดมาไม่ถูก แล้วครูคงโกรธ ถามกลับมาว่าไปเอาข้อมูลมาจากไหน เราก็บอกว่าเคยได้ยินมาจากคนอื่น ครูก็อ้างว่าถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีหลักฐาน เหมือนครูไม่ได้ยอมรับ” วริษา สุขกำเนิด อดีตเลขาธิการกลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท ให้สัมภาษณ์เอาไว้

 

เพราะถึงแม้ส่วนกลางจะมีนโยบายให้เปลี่ยน แต่ความคิดของครูผู้สอนอาจจะยังไม่สามารถปรับได้เร็วตามแผนของกระทรวง รวมถึงวิธีคิดของหน่วยงานรัฐด้านการศึกษาก็ยังไม่ได้เปลี่ยนไปตามแผน

 

“ปัญหาคือเข้ามาในโครงสร้างอำนาจเหมือนเดิม มีการสั่งงานแบบเดิมอยู่ ครูรุ่นใหม่คิดว่าตัวเองจะมีอิสระเต็มที่แต่จริงๆคือไม่มี เพราะถูกสั่งจากเขตพื้นที่ จากส่วนกลาง ต้องรับโครงการนั้นนี้มา”

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ อรรถพล อนันตวรสกุล อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความเห็น

 

สุดท้าย มันก็ไม่สามารถสรุปได้ตายตัวหรอกว่าการเรียนการสอนแบบใดดีที่สุด แต่สิ่งหนึ่งที่เราบอกได้คือถ้าวางแผนอะไรไว้ เราก็หวังว่าจะเป็นไปได้ตามนั้น แล้วประเมินกันว่าการศึกษาแบบเน้นวินัยหรือความคิดสร้างสรรค์ อันไหนเวิร์คกับสภาพสังคมปัจจุบันมากกว่ากัน

ที่มา