ในหนึ่งเดือนนักเรียนบ่นเรื่องอะไรบ้าง ? (1)

เราเก็บรวบรวมเรื่องราว 40 วัน (22 กย. – 7 พย.2560) มาจาก 500 กระทู้ล่าสุดในเด็กดีบอร์ดปัญหาในโรงเรียน

เพื่อจำแนกภาพรวมว่าผู้ใช้งานพูดถึงอะไรบ้าง โดยสามารถแบ่งได้คร่าวๆว่า

  • 131 กระทู้ พูดเรื่องเพื่อน (โดนแบน แกล้ง ไม่มีเพื่อน ทะเลาะกับเพื่อน)
  • 93 กระทู้ พูดเรื่องการเรียน (ติดศูนย์/มผ 12 กระทู้)
  • 45 กระทู้ เป็นเรื่องการเรียกร้องหรือตั้งคำถามต่อ กฎ ครู การศึกษา รด กิจกรรม
  • นอกนั้นปะปนกันไป เรื่องอัตลักษณ์ บุคลิกภาพ บ้างไรบ้าง
  • มีเรื่องสายตาสั้น 6 กระทู้ มักเข้ามาปรึกษาว่าไม่กล้าบอกพ่อแม่ เป็นที่น่าสงสัยว่าทำไมนักเรียนถึงไม่กล้าบอก?

ประเด็นที่นิวกราวด์ให้ความสนใจคือใน 500 กระทู้ กระทู้เชิงร้องเรียน วิพากษ์ คิดเป็น 9% ของประเด็นทั้งหมด และในจำนวน 45 กระทู้เชิงร้องเรียน พบ 24 กระทู้ ที่มีปัญหากับครูอย่างเฉพาะเจาะจง

ไฮไลท์พิเศษหมวดร้องเรียน :

  • วิพากษ์กีฬาสี-รับน้อง : อยากมีสิทธิที่จะไม่เข้าร่วม 3 กระทู้
  • รด. จิตสีขาว : รด.พลังจิต เน้นนั่งสมาธิ ทำเพื่อ?
  • ชุด : อยากใส่ชุดพละเพราะคล่องตัวกว่าได้มั้ย
  • เพศวิถี : อยากได้ทรงผมทอมถูกระเบียบ
  • ลวนลาม : โดยครู 1 กระทู้ โดยเพื่อน 1 กระทู้
  • ขอซื้อใบรับรองแพทย์ : เป็นหัดเยอรมัน พ่อให้กินยาอยู่บ้าน ขาดสอบ โรงเรียนให้ติด 0
  • โต๊ะเลคเชอร์ : ไม่ฟังก์ชันอย่างแรง ทำไมยังทนใช้กันอยู่
  • ไปโรงเรียนไม่ได้ความรู้เท่าเรียนเอง 2 กระทู้
  • อยากรู้วิธีปฏิเสธผู้ใหญ่ 1 กระทู้

logic คอมเม้นในภาพรวม:

  • ให้ดูตัวเองก่อนว่าทำอะไรผิดกฎเองรึเปล่า ถ้าทำผิดกฎก็รับสภาพไป
  • ทุกอย่างมีข้อดีข้อเสียในตัว
  • ลำบากใจอะไรให้บอกไปเลยตรงๆ น่าจะคุยกันได้
  • ในเรื่องที่อีกฝ่ายผิดจริงๆ เช่น ครูลวนลาม คอมเม้นมักจะใส่อารมณ์ร่วมกับ จขกท. (แต่ไม่มีคำแนะนำที่เป็นประโยชน์ / ถ้ามีปัญหากับครู คนมักจะแนะนำให้ฟ้อง พ่อแม่ ผอ. และรวมหลักฐานแจ้งความ)

ข้อสังเกตของนิวกราวด์

  1. ลักษณะของปัญหาเยาวชนถูกทรีตให้เป็นปัญหาชั่วคราว เดี๋ยวมันก็จะผ่านไปตอนเราโตขึ้น เวลาจะเยียวยาจิตใจเรา (แต่ไม่เยียวยาปัญหา)
  2. เรามักแนะนำให้เยาวชนแก้ไขปัญหาในแบบเฉพาะหน้า เช่น เปิดใจรับฟัง พิจารณาตนเอง เข้าใจผู้อื่น ซึ่งมันอาจจะใช้ได้กับเรื่องส่วนตัว แต่ในทางระบบกลับมีอุปสรรค เช่น ในหนังสือเรียนไม่มีเรื่องอยู่กับความหลากหลาย ไม่มีเรื่อง Healthy Relationship แถมกิจกรรมต่างๆอย่างกีฬาสีหรือการเชียร์ ยังเน้นย้ำความเป็นหนึ่งเดียวกันในโรงเรียน ซึ่งส่งเสริมให้เกิด “ความเป็นอื่น” ในนักเรียนที่ไม่สมัครใจ
  3. อคติของครูเป็นปัญหาเสมอ โดยเฉพาะเมื่อถูกคนที่มาให้คำปรึกษาตอกย้ำว่า “ทำอะไรให้ครูไม่พอใจก่อนหรือเปล่า” คือวัยรุ่นในฐานะปัจเจกควรทบทวนตัวเองก็จริง แต่ถ้าคนจำนวนมากรู้สึกว่าครูมีอคติใน pattern คล้ายๆกัน แสดงว่าสถานะ “ครู”  มีปัญหาในภาพใหญ่ ระบบต้องคิดว่าถ้าอคติเกิดจาก cause ที่สร้าง reaction >> เป็นภาระของนักเรียนที่จะหลีกเลี่ยง cause ด้วยตัวเอง หรือควรเป็นภาระของครูที่จะเลือก reaction ที่เป็นธรรมต่อนักเรียน
  4. เห็น Mindset ว่าถ้าเป็นปัญหาระดับ บุคคล-บุคคล (ครูลวนลาม ครูด่า) มันก็พอจะมีวิธีต่อรอง คุย แสดงความคิดเห็น หรือขอให้ไล่คนออกเป็นคนๆ แต่ในกรณี นักเรียน vs ระบบ (โต๊ะ/ประโยชน์ของการเรียน/ขาดสอบด้วยเหตุต่างๆ) จะพบว่าผู้อ่านมีอารมณ์ร่วมกับเจ้าของปัญหา แต่จะไม่สามารถจินตนาการต่อวิธีแก้ปัญหาหรือปรับเปลี่ยนตัวกฎได้ กล่าวคือ เรามีจินตนาการต่อการจัดการ “คน” แต่ไม่มีจินตนาการต่อการจัดการ “หลักการ” อันนี้อาจจะสะท้อนไปได้ถึงทรรศนะต่อบทบาทของพลเมือง และประชาธิปไตย

Key สำคัญเพื่อการค้นคว้า : การจัดการความสัมพันธ์ครูนักเรียน อาจเป็นวิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่ดี แต่ในทางโครงสร้างแล้วก็คือการจัดการกับความสัมพันธ์ระดับบุคคล เป็น solution for someone ใครแก้ปัญหาให้ตัวเองได้คนนั้นก็รอดไป (คนอื่นลำบากเหมือนเดิม) ประเด็นคือจะทำอย่างไรให้เยาวชนใช้หลักการแก้ปัญหาให้กับคนทุกคนได้ ?

บทความโดย วิภาพรรณ วงษ์สว่าง

*Crawler เป็นซีรีส์บทความเชิงข่าว ซึ่งได้ข้อมูลมาจากการสังเกต ติดตาม และเก็บจำนวนจากสื่อสังคมออนไลน์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *